กฎข้อบังคับสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย
payday
กฎข้อบังคับสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย PDF พิมพ์ อีเมล

กฎข้อบังคับสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย

ฉบับแก้ไข พุทธศักราช 2549

 

หมวดที่ 1

ทั่วไป

            ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย” ใช้ชื่อว่า “บ.ล.ท.” เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “THAI TENPIN BOWLING ASSOCIATION” ใช้ชื่อย่อว่า “T.T.B.A.”

            ข้อ 2. เครื่องหมายสมาคม เป็นรูปวงกลม ตรงกลางมีวงกลมสีฟ้า มีรูปแผนที่ประเทศไทยอยู่ในวงกลมสีฟ้านั้น มีธงชาติอยู่เหนือวงกลม ที่รอบวงกลมด้านขวามีรูปพินโบว์ลิ่งสีขาว ใต้วงกลมลงมามีอักษรภาษาอังกฤษว่า T.T.B.A. และต่ำลงมาอีกบรรทัดหนึ่งมีตัวอักษรภาษาไทยว่า สมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย

 

 

เครื่องหมายสมาคม  

 

            ข้อ 3. สำนักงานสมาคมตั้งอยู่ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย (ห้อง 209, 210) เลขที่ 286 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

                        ข้อ 3.1 เป็นสมาชิกของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

                        ข้อ 3.2 เป็นสมาชิกของการกีฬาแห่งประเทศไทย

                        ข้อ 3.3 เป็นสมาชิกของสหพันธ์กีฬาโบว์ลิ่งระหว่างประเทศแห่งโลก ซึ่งมีชื่อย่อว่า “เอฟ.ไอ.คิว.” (F.I.Q.) และเป็นสมาชิกสหพันธ์กีฬาโบว์ลิ่งระหว่างประเทศแห่งภาคพื้นเอเซีย ซึ่งมีชื่อย่อเรียกว่า “เอ.บี.เอฟ.” (ASIAN BOWLING FEDERATION) สหพันธ์กีฬาโบว์ลิ่งระหว่างประเทศนี้มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า “FEDERATION INTERNATIONAL DES QUILLERUS” ใช้ชื่อย่อว่า F.I.Q.

  

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์ 

            ข้อ 4. สมาคมมีวัตถุประสงค์

                        ก. เพื่อส่งเสริมและแนะนำนักกีฬาโบว์ลิ่ง

                        ข. เพื่อเป็นที่ชุมนุม พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ รวมทั้งประสาน

   สามัคคีระหว่างนักกีฬาโบว์ลิ่ง

                        ค. เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของกีฬาโบว์ลิ่ง โดยเป็นผู้จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับกีฬา

   โบว์ลิ่งทั้งในและนอกประเทศ

                        ง. เพื่อบริการสมาชิกเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ในวงการโบว์ลิ่ง

                        จ. ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

  

หมวดที่ 3

สมาชิกภาพ 

           ข้อ 5. สมาชิกภาพของสมาคมแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

                        ก. สมาชิกกิตติมศักดิ์

                        ข. สมาชิกสามัญ

                        ค. สมาชิกตลอดชีพ

            ข้อ 6. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งมีความสนใจในกิจกรรมของสมาคมและกรรมการบริหารของสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิก โดยให้เลขาธิการสมาคมส่งหนังสือเชิญในนามของคณะกรรมการบริหารสมาคม โดยจะต้องมีชื่อนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมใดคนหนึ่งเป็นผู้ลงชื่อ เมื่อผู้รับเชิญตอบรับแล้ว จึงจะถือว่าเป็นสมาชิก

            ข้อ 7. สมาชิกสามัญและสมาชิกตลอดชีพ ได้แก่นักกีฬาโบว์ลิ่งทั่วไป

                        สมาชิกสามัญ คือ ประเภทชมรม ซึ่งเป็นกลุ่มของนักกีฬาโบว์ลิ่งที่มีสมาชิก ตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป เรียกว่าชมรม

สมาชิกตลอดชีพ คือ นักกีฬาโบว์ลิ่งที่สมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ จะต้องเป็นสมาชิกสามัญ

ประจำปีของชมรมหนึ่งชมรมใดไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน

            ข้อ 8. บุคคลใดประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกสามัญหรือตลอดชีพ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบพิมพ์ของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคม ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษร ให้นายทะเบียนนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้นั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับส่งข้อบังคับของสมาคมไปให้เมื่อผู้สมัครได้รับทราบ และได้ชำระค่าธรรมเนียมบำรุงสมาคมเรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าเป็นสมาชิกภาพเริ่มต้น

            ข้อ 9. ค่าธรรมเนียมบำรุงสมาคม

                        สมาชิกสามัญ ประเภทชมรม ให้ประธานชมรมเป็นผู้สมัครโดยตรงต่อนายทะเบียนสมาคม พร้อมทั้งแจ้งจำนวนและที่อยู่ของสมาชิกทั้งหมด กับชำระค่าธรรมเนียมบำรุงเป็นรายบุคคลเป็นเงินคนละ  200 บาท (สองร้อยบาทถ้วน) ต่อปี โดยสมาชิกภาพจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ ไม่ว่าจะสมัครเมื่อใดก็ตาม

                        สมาชิกตลอดชีพ ค่าธรรมเนียมบำรุงสมาคม 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน)

                        สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบำรุงสมาคม

            ข้อ 10. สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ดังนี้         

                        ก. ตาย

                        ข. ลาออก

                        ค. ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน เพราะมีความประพฤติในทางที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

                        ง. ไม่ชำระค่าธรรมเนียมบำรุงสมาคม โดยได้รับหนังสือเตือนจากเลขาธิการสมาคมแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง ทั้งนี้นอกจากคณะกรรมการบริหารสมาคมจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น

 

หมวดที่ 4  

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก  

              ข้อ 11. สมาชิกมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ปรึกษาหารือ ขอความช่วยเหลือต่อสมาคมได้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม

         ข้อ 12. สมาชิกมีสิทธิที่จะใช้หรือพาแขกเข้าเยี่ยมสมาคมได้ โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สมาคม วางไว้ และคณะกรรมการของสมาคมมีสิทธิที่จะงดเว้นหรือตัดสิทธิต่อแขกคนใดก็ได้ถ้าหากว่าแขกผู้นั้นประพฤติการไม่เหมาะ

              ข้อ 13. สมาชิกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม ช่วยเหลือกิจการและบำเพ็ญตนตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

            ข้อ 14. สมาชิกสามัญและสมาชิกตลอดชีพ มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ ส่วนสมาชิกกิตติมศักดิ์มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่

                        สมาชิกสามัญประเภทชมรม กำหนดให้มีผู้แทนออกเสียงได้ 1 คนต่อจำนวนสมาชิก 30 คน (30 คนต่อ 1 เสียง)

                        สมาชิกตลอดชีพ มีสิทธิออกเสียงของตนเองได้ 1 เสียง โดยจะมอบให้ผู้อื่นออกเสียงแทนไม่ได้ และต้องเป็นสมาชิกของสมาคมประเภทตลอดชีพ ไม่น้อยกว่า 180 วัน ก่อนวันประชุมใหญ่ ทั้งนี้หากขาดการประชุมใหญ่ติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุอันควรให้ถือว่าไม่มีสิทธิในการออกเสียง ในการประชุมครั้งที่ 4 แต่ยังคงสภาพสมาชิกภาพอยู่

               ข้อ 15. เป็นหน้าที่ของสมาชิกที่จะนำส่งค่าบำรุงใดๆ แก่เจ้าหน้าที่ของสมาคม เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะต้องชำระ

             ข้อ 16. สมาชิกจำนวนตั้งแต่ 1 ใน 5 ของสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด มีสิทธิเรียกร้องให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อพิจารณาปัญหารีบด่วนอันอาจเกิดขึ้นได้ และเกี่ยวข้องกับสมาคมและการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคม สิทธิดังกล่าวจะกระทำเพื่อให้การพิจารณาเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมก็ได้

 

หมวดที่ 5  

การบริการงานของสมาคม

               ข้อ 17. ให้คณะกรรมการบริหารสมาคม เป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และกำหนดให้คณะกรรมการบริหารสมาคมมีจำนวนไม่เกิน 19 คน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 9 คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่เลือกนายกสมาคม 1 คน และให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการบริหารที่เป็นสมาชิกของสมาคม จำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด การแต่งตั้งเป็นเอกสิทธิแก่นายกสมาคมที่จะพิจารณา ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อข้อความใน ข้อ 20.

               ข้อ 18. ให้คณะกรรมการบริหารทั้งหมด หารือกันแต่งตั้งกรรมการบริหารเข้าประจำตำแหน่ง ดังนี้

                        ก. อุปนายก ไม่เกิน 5 คน                                       ข. เลขาธิการ 1 คน

                        ค. เหรัญญิก 1 คน                                                ง. นายทะเบียน 1 คน

                        จ. ปฏิคม 1 คน                                                     ฉ. ประชาสัมพันธ์ 1 คน

                        ช. ตำแหน่งอื่นๆ และกรรมการอีกตามสมควร

             ข้อ 19. การเลือกตั้งนายกสมาคม จากที่ประชุมใหญ่ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปเกินสองวาระติดต่อกันแต่ไม่เกินสี่วาระ จะกระทำได้เมื่อเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม และให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการบริหารให้เป็นไปตามความในข้อ 17

             ข้อ 20. กรรมการบริหารสมาคมให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และอาจจะได้รับแต่งตั้งอีกได้

               การดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของสมาคม เกินสองวาระติดต่อกันจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรรมการบริหารผู้นั้น ได้รับตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของสมาคมอีกต่อไป ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม แต่ทั้งนี้กรรมการบริหารผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของสมาคม ติดต่อกันเกินสี่วาระไม่ได้

                  ความในวรรคสองนี้ มิให้ใช้บังคับสำหรับกรณีที่กรรมการบริหารของสมาคมดำรงตำแหน่งในสมาคม หรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ตราบเท่าที่ยังดำรงตำแหน่งในสมาคม หรือองค์กรกีฬาระหว่างประเทศดังกล่าว

            ข้อ 21. กรรมการจะพ้นตำแหน่งต่อเมื่อ ไม่เข้าประชุมกรรมการติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่แจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการก่อนหรือวันที่ประชุม ทั้งนี้นอกจากคณะกรรมการบริหารจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น

             ข้อ 22. ถ้ากรรมการในตำแหน่งขาดจำนวนก่อนถึงวาระ ให้คณะกรรมการเลือกสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกตลอดชีพคนใดคนหนึ่งดำรงตำแหน่ง

        ข้อ 23. ในการประชุมคณะกรรมการ ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมโดยตำแหน่ง ถ้านายกไม่อยู่ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน ถ้าอุปนายกไม่อยู่ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการอาวุโสสูงสุดเป็นประธานแทน

            ข้อ 24. กรรมการบริหาร จะต้องมีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง กรรมการบริหารตั้งแต่  5 คนขึ้นไป อาจส่งหนังสือถึงนายกสมาคมเสนอให้เปิดเป็นการประชุมเป็นกรณีพิเศษเมื่อใดก็ได้ และเลขาธิการจะทำหนังสือเรียกประชุมภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว

            ข้อ 25. ในการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง ต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารทั้งหมด จึงถือเป็นองค์ประชุม

            ข้อ 26 การลงมติในที่ประชุมกรรมการบริหาร ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเป็นผู้ชี้ขาด

            ข้อ 27. อายุกรรมการย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ

                        ก. ตาย

                        ข. ลาออก

                        ค. ขาดสมาชิกภาพ

                        ง. ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ

 

หมวดที่ 6 

การประชุมใหญ่

            ข้อ 28. การประชุมใหญ่สามัญ ให้จัดขึ้นปีละครั้ง ภายใน 90 วัน หลังสิ้นสุดปีงบดุล (31 ธันวาคม) ของทุกปี เพื่อคณะกรรมการบริหารจะได้แถลงงบดุล กิจการที่ดำเนินมาในรอบปีหรือเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ตามวาระ หรือแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีตามวาระ

            ข้อ 29. คณะกรรมการบริหาร อาจมีมติให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้ และสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด อาจขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำหนังสือลงลายมือชื่อ ยื่นต่อนายกสมาคม หรือเลขาธิการสมาคม และคณะกรรมการบริหารจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่ร้องขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น

            ข้อ 30. ให้เลขาธิการแจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

            ข้อ 31. การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด จึงจะถือเป็นองค์ประชุม ถ้าการประชุมครั้งแรกไม่ครบองค์ประชุมให้เลขาธิการนัดประชุม ครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ในการประชุม ครั้งที่ 2 นี้ สมาชิกจะมาประชุมเท่าใดก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้

            ข้อ 32. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทน ถ้าอุปนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือสมาชิกอาวุโสเป็นประธานในที่ประชุม

            ข้อ 33. การลงมติในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกตลอดชีพ ที่มาประชุมด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะมีสิทธิออกเสียงของตนได้ 1 เสียง ส่วนสมาชิกสามัญประเภทชมรมให้ส่งผู้แทนออกเสียงได้ในอัตรา 1 เสียงต่อ สมาชิก จำนวน 30 คน มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก เว้นไว้กำหนดเป็นอย่างอื่น ถ้ามีเสียงเสมอกันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

 

หมวดที่ 7  

การเงินของสมาคม

             ข้อ 34. นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงิน เพื่อกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของสมาคมได้ไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)

            ข้อ 35. การจ่ายเงิน เพื่อกิจการของสมาคมอย่างใดอย่างหนึ่งเกินกว่าหนึ่งแสนบาท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ โดยมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของกรรมการที่มาประชุม

            ข้อ 36. ให้เหรัญญิกมีเงินสำรองจ่ายได้ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

            ข้อ 37. นอกเหนือจากที่กล่าวไว้ในข้อ 36 ให้เหรัญญิกนำฝากธนาคารหรือจัดหาดอกผลทั้งนี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

            ข้อ 38. การจ่ายเงินที่มีผู้บริจาคให้สมาคม โดยระบุวัตถุประสงค์ในการใช้ รวมทั้งดอกผลที่เกิดจากเงินนั้น ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของผู้บริจาคนั้น

            ข้อ 39. การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานเป็นเอกสาร โดยมีรายมือชื่อของนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคม 1 คน หรือเลขาธิการ กับเหรัญญิกเป็นผู้ลงนามสั่งจ่าย จึงจะสั่งจ่ายได้

            ข้อ 40. ให้เหรัญญิกทำบัญชีแสดงสถานะทางการเงินประจำเดือน เสนอต่อกรรมการบริหาร และทำบัญชี รับ-จ่าย และงบดุลประจำปีของสมาคม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่

            ข้อ 41. ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี 1 คน เพื่อตรวจสอบบัญชี รับ-จ่าย และรับรอง  งบดุลประจำปีของสมาคม

       ข้อ 42. ผู้สั่งจ่ายเงินจะต้องรับผิดชอบในการจ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ของสมาคม ในกรณีที่การจ่ายเงินดังกล่าวได้รับอนุมัติ หรือมติของคณะกรรมการ กรรมการทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยกเว้นกรรมการที่มิได้เข้าร่วมประชุมด้วย หรือที่ไม่เห็นชอบกับการจ่ายเงินนั้น

 

หมวดที่ 8  

ทรัพย์สินของสมาคม  

            ข้อ 43. ในกรณีที่สมาคมมีความจำเป็นที่จะขาย-ยกให้ แลกเปลี่ยน-จำนองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นกรรมสิทธิ์ของสมาคม คณะกรรมการบริหารจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยคะแนนเสียงอย่างน้อย 3 ใน 4 ของคณะกรรมการที่มาประชุม แล้วจึงนำมติเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เพื่ออนุมัติ เมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติแล้วด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จึงดำเนินการต่อไปได้

 

หมวดที่ 9 

ความสัมพันธ์กับสมาชิก 

          ข้อ 44. สมาคมจะถือเอาภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน เป็นสถานที่ติดต่อระหว่างสมาชิกกับสมาคมเท่านั้น สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่ จะต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 15 วัน

            ข้อ 45. ถ้าสมาคมติดต่อกับสมาชิก ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนที่สมาชิกแจ้งไว้ไม่ได้ สมาคมจะต้องประกาศเหตุที่ต้องการติดต่อไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อครบกำหนด ให้ถือว่าสมาชิกผู้นั้นรับทราบคำแจ้งของสมาคมโดยชอบแล้ว

 

หมวดที่ 10  

การแก้ไขข้อบังคับ

            ข้อ 46. การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อบังคับของสมาคม ให้อยู่ในอำนาจของที่ประชุมใหญ่ โดยมีเสียงรับรอง 2 ใน 3 ของสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่

 

หมวดที่ 11 

การเลิกสมาคม

            ข้อ 47. หากสมาคมนี้จะต้องเลิกด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมเป็นผู้ชี้ขาดว่า ควรจะมอบหรือโอนทรัพย์สินของสมาคม ให้องค์การสาธารณกุศลแห่งใด หลังจากที่ได้ตรวจสะสางบัญชีและทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว

 
สมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย, Powered by Joomla!; Joomla templates by SG web hosting